ทำความรู้จักกับรองเท้า Jungle Combat และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานผ่านสมรภูมิมากมาย
0 ความคิดเห็น

ประวัติรองเท้าจังเกิ้ล

เขียนโดย Peter Medvedovsky เมื่อ วันที่ 19 พฤษภาคม 2560
แปลและเรียบเรียงโดย เทอดพงษ์ ฉายะรถี

ก่อนที่จะถึงยุครองเท้า Salomon, Merrell, และ Oakley
และรองเท้าคอมแบตบูทสีทรายทางทหารที่เราทุกคนรู้จัก

มันมีรองเท้าบูทอยู่รูปแบบหนึ่งที่ไม่มีรองเท้ารุ่นไหนมาเทียบเคียงได้
ไม่มีรองเท้าคู่ไหนที่จะทำให้นึกย้อนไปในอดีตได้เหมือนรองเท้าจังเกิ้ล
ที่สมบุกสมบันและความทรงจำของนักรบที่เคยมีกับรองเท้าจังเกิ้ล
คงจะไม่ได้หาได้ง่ายๆเหมือนที่มีในรองเท้ารุ่นอื่นๆในปัจจุบัน

จนทุกวันนี้ รองเท้าคู่นี้ก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับใครหลายๆคน
ทุกครั้งเมื่อรู้ว่าจะต้องไปทำกิจกรรมที่เปรอะ เลอะ และลุย

ดังนั้น มาย้อนอดีตไปกันเพื่อค้นพบจุดกำเนิดของรองเท้าจังเกิ้ล
รองเท้าที่ทหารจีไอสหรัฐให้การยอมรับแม้จะผ่านมาหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม 



รองเท้าจังเกิ้ลมีมาก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไม่เท่าไหร่
โดยที่ ปานามา หมวดทหารทดลองแห่งปานามา
ได้มีการนำมาทดลองใช้ในปี ค.ศ.1942

ซึ่งการออกแบบของรองเท้าจังเกิ้ลถูกออกแบบมาโดยมีโจทย์ที่ว่า
ในอดีตยังไม่มีรองเท้าใดที่สามารถกันน้ำจากเท้าได้ 100%
และยังมีการระบายอากาศที่เท้าอย่างเพียงพอในภูมิประเทศ
ที่เป็นป่าชายเลนหรือป่าดิบชื้น อย่างไรก็ตาม รองเท้าจังเกิ้ลถูกออกแบบ
มาให้สามารถระบายน้ำและเหงื่อเท้าได้

สามารถทำให้เท้าแห้งได้โดยที่ยังป้องกันแมลง โคลน หรือทราย
ซึ่งรองเท้าจังเเกิ้ลสามารถทำได้อย่างดี

รองเท้าจังเกิ้ล M-1942 ถูกค้นพบว่ารองเท้านั้นแห้งได้เร็วกว่า
รองเท้าในยุคนั้นด้วยด้วยความช่วยเหลือของตาไก่ด้านข้างรองเท้า
และพื้นรองเท้าทำจากตาข่ายถักพอลิเอธิลีน
ที่ช่วยให้ลดการเกิดแผลผุผอง

 

รองเท้าจังเกิ้ลรุ่นแรก M-1942

ภายหลังจากผลรายงานการใช้งานที่มีจากหมวดทหารทดลองแห่งปานามา
เป็นด้านบวกก็ได้มีการแจกจ่ายรองเท้าจังเกิ้ลส่วนน้อยให้แก่กองพลบางส่วน
ของกองทัพบกและนาวิกโยธินสหรัฐที่ทำการรบใน เกาะนิว กินี, ในฟิลิปปินส์,
ในพม่ากับหน่วยรบของเมอร์ริล (หน่วยรบที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำสงครามหลังแนวรบ
ในพม่าของสหรัฐ), คอมมานโดทางอากาศกลุ่มที่ 1 และ
หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ MARS (หน่วยลาดตระเวนไกลของสหรัฐในสมรภูมิที่พม่า)

โดยปกติรองเท้าจังเกิ้ลจะถูกแจกจ่ายให้กับทหารราบที่ต้องเผชิญกับ
สภาวะอากาศที่ชื้นหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นโคลน

 

รองเท้าจังเกิ้ลพื้นปานามา

"พื้นปานามา" เป็นพื้นรองเท้าจังเกิ้ลที่โด่งดังที่ถูกพัฒนาในปี ค.ศ.1944
โดยจ่า เรย์มอนด์ โดบี้ จากกองทัพบกสหรัฐ

ซึ่งมีการวางชั้นยางที่พื้นรองเท้าให้มีองศาเฉียงเพื่อให้มีการดันโคลน
ออกจากพื้นรองเท้าทำให้โคลนหลุดจากตัวรองเท้าและมอบความยึดเกาะที่มากขึ้น
ในบริเวณที่เป็นโคลน น่าเสียดายที่พื้นรองเท้าถูกนำมาใช้ไม่ทันสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากสงครามจบไปก่อน และทุกความพยายามในการพัฒนารองเท้าให้ดีขึ้น
ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้จนถึงปี ค.ศ.1965

(ฝรั่งเศสได้มีการนำรองเท้าที่ใกล้เคียงมาทดลองใช้กับกองกำลัง
ทางโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1)

รองเท้าจังเกิ้ลของฝรั่งเศสที่ชื่อ Pataugas ที่ถูกใช้ในสงครามอินโดจีน


ในช่วงแรกของสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐยังมีการแจกจ่ายรองเท้าจังเกิ้ล
ที่หยุดการพัฒนาไว้ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ.1965

รองเท้าที่ได้มีการนำองค์ความรู้ที่ได้มีการศึกษามาพัฒนาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
สำหรับภูมิอากาศร้อนชื้นได้ถูกนำมาใช้โดยกองทัพสหรัฐในชื่อ รองเท้าจังเกิ้ล M-1966
โดยรองเท้าจังเกิ้ลที่ได้รับการพัฒนานี้ ส่วนบนของรองเท้าผลิตจาก ผ้าคอตตอนคานวาสเป็ด (Cotton Canvas Duck) ที่มีความทนทานอย่างสูงและระบายอากาศได้ดี
ส่วนนิ้วเท้าและส้นรองเท้าใช้หนัง และมีการเสริมใยไนลอนที่บริเวณข้อรองเท้า

รองเท้าจังเกิ้ลแบบใหม่ตอนแรกนั้นใช้พื้นไวบรัม (Vibram) ซึ่งเป็นพื้นยาง
หลอมติดไปกับพื้นรองเท้ามีการเสริมช่องตาไก่เข้าไปที่ข้างรองเท้า
เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการระบายน้ำออกจากรองเท้า มีแผ่นรองเท้าด้านใน
ทำจากพลาสติกที่ช่วยในการระบายอากาศซึ่งถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1942

 

มีการรายงานการบาดเจ็บที่เท้าเนื่องจากมีการบาดเจ็บจากการเหยียบกับดักแหลม

ในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1966 ได้มีการรับรายงานจากทหารที่ทำการรบว่า
ได้รับบาดเจ็บจากแท่งหนามอยู่บ่อยครั้ง รองเท้าจึงได้มีการเสริมแผ่นสแตนเลสเข้าไป
กับพื้นรองเท้า และยังมีการพัฒนาอีกมากมาย เช่นการใช้ผ้าแคนวาสไนลอนส่วนบน
เพื่อความเบาที่มากขึ้น การใช้พื้นรองเท้าปานามาเพื่อการยึดเกาะในโคลนที่ดี
และการเย็บใยไนลอนเพิ่อเสริมความคงทน

ทหารจากกองทัพออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีความชื่นชอบในรองเท้ารุ่นนี้มาก
จนมีการพยายามแลกเปลี่ยนกับรองเท้าหนังของพวกเขาหรือซื้อขายเพื่อรองเท้า
ที่เหมาะสมกับการรบในป่า

มันไม่ยากที่จะเข้าใจเลยว่าทำไมรองเท้าจังเกิ้ลถึงเป็นที่นิยม เพราะว่ามันน่าทึ่ง
ไม่ซับซ้อน และใช้งานได้ดี เมื่อใช้ไปเรื่อยๆรองเท้าจะมีความนุ่มสบายมาก
มันใช้งานได้ไม่มีปัญหา นั้นแหละคือสิ่งที่ทำให้ทุคนตกหลุมรักรองเท้าจังเกิ้ล

และรองเท้าจังเกิ้ลก็ไม่ได้มีการเลิกใช้แม้สงครามเวียดนามจะจบลงไปแล้ว
รองเท้าจังเกิ้ลเป็นต้นแบบให้กับรองเท้าบูตทะเลทรายทางทหารในปัจจุบัน
หากมีการเปรียบเทียบจะสามารถสังเกตุได้ถึงจุดที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงยุค 80
พื้นรองเท้าปานามาถูกแทนที่ด้วยพื้นไวบรัมอีกครั้ง ซึ่งแม้จะได้รับการพิสูจน์แล้วว่า
พื้นปานามาสามารถใช้งานได้ดีกว่าในสภาพแวดล้อมที่เป็นโคลน
แต่พื้นไวบรัมนั้นสามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่า

รองเท้าจังเกิ้ลพื้นไวบรัม

ภายหลังจากนั้นรองเท้าจังเกิ้ลก็มีความนิยมลดลง เนื่องจากทางกองทัพสหรัฐ
ได้มีการเปลี่ยนเครื่องแบบและผลักดันให้มีการใช้รองเท้าบูตทะเลทรายทางทหาร
กับชุดเครื่องแบบใหม่ รองเท้าจังเกิ้ลจึงไม่สามารถเห็นได้ทั่วไปเหมือนแต่ก่อน

 

การเปลี่ยนชุดเครื่องแบบของกองทัพสหรัฐ ทำให้ความนิยมของรองเท้าจังเกิ้ลลดลงไป

ถึงแม้รองเท้าจังเกิ้ลจะหาได้ยากในกองทัพสหรัฐแล้ว
แต่ในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น เช่นที่ประเทศไทย
เราจะยังสามารถเห็นรองเท้าจังเกิ้ลถูกสวมใส่ใช้งานได้อยู่ เพราะความคงทน
ความเชื่อใจได้ ความสบายเมื่อได้สวมใส่ ของรองเท้าจังเกิ้ล
ที่ยังทำให้ใครหลายๆคนวางใจให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง
ยังคงมีหลายแบรนด์ที่พัฒนารองเท้าให้ดียิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของหน่วยงาน
และทหารที่ยังคงใช้รองเท้าจังเกิ้ลอยู่ เช่น

Jungle PX 10.5" จาก Altama
ที่มีการนำผ้า Cordura 1000D มาใช้ในส่วนบนของรองเท้า
เพื่อความทนทาน ความเบา และความสบายแก่ผิวหนังที่มากขึ้น

เทคโนโลยี LENZI® L-Protection® ที่ปกป้องวัตถุแปลกปลอมทิ่มทะลุรองเท้า
เบามากกว่าสแตนเลสและพื้นรองเท้าปานามาจาก Ro-search
ที่ให้การยึดเกาะที่มั่นใจมากกว่าเดิม


Tactical Research - TR900 Jungle Runner จาก Belleville
ที่มีการเพิ่มร่องเซาะ เพื่อให้การยึดติดกับเชือกขณะโรยตัวมากยิ่งขึ้น
เพิ่มความมั่นใจ
และตะเข็บ 2 ชั้น 360 องศาเพื่อความคงทนที่มากขึ้น


และ 390 Trop Hot Weather Combat Boot จาก Belleville
ที่มีการเพิ่มเทคโนโลยี Vanguard ที่มีการปรับสภาพให้เหมาะกับผู้ใช้

หากลูกค้าสนใจ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมทางร้าน เพื่อทดลองใส่รองเท้าจังเกิ้ล
ที่ทางร้านมีให้ลูกค้าได้ค้นพบกับรองเท้าจังเกิ้ลที่ถูกใจมากที่สุด

ที่มา
https://sofrep.com/gear/jungle-boots-footwear-salty/, 20 ก.ค. 2563
https://www.wikiwand.com/en/Jungle_boot#, 21 ก.ค. 2563

https://olive-drab.com/od_soldiers_gear_jungle_boots.php, 21 ก.ค. 2563

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะถูกเผยแพร่