Streamlight TLR-8 A และ TLR-8 AG แสงส่องสว่างเคียงข้างอาวุธคู่มือคุณ
0 ความคิดเห็น


- แสงสว่างที่ทรงพลัง -

แสงสีขาวของ Streamlight TLR-8 A และ 8 AG
ให้ความเข้มแสงตกกระทบสูงถึง 500 ลูเมน
และกำลังของหลอดที่ 5000 แรงเทียน
ลำแสงของไฟฉายสามารถส่องสว่างตกกระทบได้ไกลถึง 140 เมตร

สวิตซ์สามารถใช้งานได้จากทั้ง 2 ด้าน
เพื่อครอบคลุมผู้ใช้งานที่ ถนัดมือซ้าย และ มือขวา
โดยเปิดใช้งานไฟฉายได้ทั้ง 2 รูปแบบ
กดค้างติด ปล่อยดับ และ กดติด กดดับ

เมื่อติดตั้งเข้ากับตัวปืนพกแล้ว
สวิตซ์จะอยู่ในตำแหน่งทางด้านหน้าของโกร่งไกพอดิบพอดี
ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว
เมื่ออยู่ในท่าประทับกวาดอาวุธค้นหาเป้าหมาย


TLR-8 A และ 8 AG ให้ตัวเลือกการใช้งานมาถึง 3 แบบ
บวกกับโหมด Strobe ซึ่งตั้งค่าให้ใช้หรือไม่ใช้งานก็ได้

โหมดที่ 1 : ไฟฉายอย่างเดียว
โหมดที่ 2 : เลเซอร์ช่วยเล็งอย่างเดียว
โหมดที่ 3 : ไฟฉายพร้อมเลเซอร์ช่วยเล็ง

การเปลี่ยนโหมดที่เรียบง่าย เพียงกดสวิตซ์ทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน
โหมดการใช้งานก็จะเปลี่ยนวนตามลำดับข้างต้น

และโหมด Strobe
กดปุ่มติดต่อกัน 10 ครั้ง โดยครั้งที่ 10 ให้กดค้างไว้จนไฟฉายดับไป
จะเป็นการเปิดใช้งานโหมด Strobe

เวลาที่ต้องการใช้งาน Strobe ให้กดสวิตซ์ติดกัน 2 ครั้ง
โดยครั้งที่ 2 ให้กดแช่ค้างไว้
จะมีเลเซอร์ร่วมด้วยหรือไม่มี อยู่ที่ผู้ใช้งานตั้งค่าไว้ในข้างต้น

หากต้องการจะปิดใช้งาน Strobe
ก็ทำแบบเดียวกันกับตอนที่เปิดใช้งานอีกครั้ง
เท่านี้ก็จะเป็นการปิดใช้งาน Strobe

อีกทั้งยังให้ชุดสวิตซ์มาถึง 2 แบบด้วยกัน
แบบปุ่มสูง และแบบปุ่มต่ำ
ผู้ใช้สามารถปรับแต่งให้เข้ากับสรีระ
และท่าทางการประทับจับปืนของคุณได้


- เลเซอร์ช่วยเล็ง -

TLR-8 A และ 8 AG มาพร้อมกับเลเซอร์ช่วยเล็งในตัว
ขนาดของคลื่นแสงที่ 510-520 นาโนเมตร
ทำให้คุณเห็นจุดเล็งที่ห่างไกลออกไป แต่ไม่ทำร้ายดวงตา

เลเซอร์สีเขียว ในรุ่น TLR-8 AG
ช่วยในการมองเห็นที่ระยะไกลมากขึ้นกว่าเลเซอร์สีแดง
เมื่อเปรียบเทียบกันในเวลากลางวัน

หรือถ้าคุณชอบเลเซอร์สีแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ทางเลือกก็จะตกไปที่รุ่น TLR-8 A
และข้อดีของมันคือใช้พลังงานน้อยกว่า
ทำให้สามารถเปิดใช้งานเลเซอร์ได้นานกว่า
เมื่อเทียบกับปริมาณของแบตเตอรี่แบบเดียวกัน

ตัวเลเซอร์สามารถซีโร่ตั้งศูนย์ได้
โดยจะมีหลุมซ่อนหมุดปรับทางด้านซ้ายของตัวไฟฉาย
โดยใช้กุญแจหกเหลี่ยมที่แถมติดมาให้ในกล่อง
สามารถปรับแต่งได้ทั้ง แนวดิ่ง ขึ้น ลง
และแนวระนาบ ซ่้าย ขวา

- ติดตั้งได้อย่างง่ายดาย -

ตัวไฟฉายมาพร้อมกับแผ่นรองติดตั้ง 6 ชิ้น 6 ระยะ
นับรวมกับแผ่นที่ติดมากับตัวไฟฉายแล้ว
ซึ่งเอื้อให้ตัวไฟฉายติดตั้งเข้ากับปืนหลากหลายรุ่น

ปืนพกที่รองรับ TLR-8 และ 8 AG ได้มีตามรายการข้างล่าง
GLOCK

  • ทุกรุ่น Gen 3 - 4
  • 17, 19 Gen 5

SIG SAUER

  • 320 Compact และ 1911 GSR
  • 320 Carry และ Full size
  • P200 Series (220, 2022)
SMITH & WESSON
  • TSW (Riveted Rail) และ 99
  • M&P (ทุกขนาด) 
BERETTA
  • 92FS/M9A1
  • 90TWO
  • 92/96 A1
  • APX
  • PX4 Storm Full Size

SPRINGFIELD ARMORY

  • XD (9, 40, 45 )

FN

  • FNS-40
  • FN 57
  • 509
  • FNX

HK

  • VP9
  • P30

CZ

  • P-01, P-07, P-10
  • 75 SP-01

KIMBER

  • 1911 CUSTOM

RUGER

  • SR-9

1913 PICATINY

รายการด้านบนจะแนบมากับคู่มือ
และผู้ผลิตได้แนบทั้งหมดมาให้ในกล่อง

ก้ามจับรางแบบสปริงและกันคลาย
ช่วยไม่ให้หัวหมุดหลุด หล่นหาย
ขณะทำการถอดหรือติดตั้งเข้ากับตัวปืน

การติดตั้งทำได้อย่างสะดวก ใช้เวลาไม่นาน
คลายหมุดให้ก้ามจับรางถ่างออกสุด
และกดหัวหมุดซึ่งเป็นสปริงเพื่อคลายก้ามจับออก
ใส่แผ่นรองระยะตามที่คุณต้องการ
และรัดเข้ากับรางของตัวปืน
วิธีการถอดก็ทำแบบเดียวกัน

หมุนสามารถขันได้ด้วยมือ
เพราะขอบหัวหมุนมีการบากร่องกันลื่นมาให้
หรือ ใช้ไขควงแบน ก็ช่วยให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับขณะนี้ ด้วยความที่ TLR-8 A และ AG
ยังใหม่มากๆ อาจจะทำให้ลำบากไปสักนิดเมื่อต้องการหาซองพก
ในขณะที่ตัวปืนติดตั้งไฟฉายอยู่
แต่ถ้าหากคุณชื่นชอบซอง KYDEX ตรงนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

 

- แบตเตอรี่ CR123A -

ทั้ง 2 รุ่นใช้ถ่านแบตเตอรี่ CR123A
ซึ่งหาได้ง่ายและมีทั่วไปแล้วในสมัยนี้

สำหรับโหมดเลเซอร์อย่างเดียว
สีเขียวจะใช้งานได้ 11 ชั่วโมงต่อเนื่อง
และสีแดงใช้งานได้ถึง 60 ชั่วโมงต่อเนื่อง

ส่วนของไฟฉายใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง

ตัวถังของไฟฉายทำจากอลูมิเนียมแข็งแรง
แต่น้ำหนักเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 75 กรัม
และความยาวจากสวิตซืถึงด้านหน้าของไฟฉาย
ที่ 6.7 เซนติเมตร

เปลี่ยนถ่านได้สะดวกเพียงหมุนฝาหน้าของโคมไฟฉาย
โดยที่ไม่ต้องถอดไฟฉายออกจากตัวปืน

และมาตรฐาน IPX7
สามารถกันน้ำลึกได้ 1 เมตร เป็นเวลากว่า 30 นาที
ซึ่งเราคิดว่าก็คงไม่มีใครกลั้นหายใจได้นานขนาดนั้น

และสิ่งสุดท้ายก่อนจากกันไป
สิ่งที่เราอยากจะย้ำเตือนผู้ใช้งาน หรือ ผู้ที่รักในอาวุธปืน
คือการซักซ้อมอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะในสนาม หรือฝึกยิงแห้ง
อุปกรณ์ที่ไม่ว่าจะดีแค่ไหน หากขาดการซักซ้อม
อุปกรณ์ก็ไม่อาจทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาวุธปืน ในสถานการณ์คับขัน
ที่ต้องปกป้อง ชีวิตและทรัพย์สินของคุณ

 

ทดสอบและรีวิวโดย : ทีมงาน Valor Tactical

เขียนและเรียบเรียงโดย : ธีธัช รินชัย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2563

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะถูกเผยแพร่